Executive Summary
โครงสร้างแผนสื่อมาตรฐานของ Sociology คือ 3 แคมเปญ (Awareness → Traffic → Conversion) เปิดคู่กัน 3 เดือน เลื่อนน้ำหนักงบจาก Awareness ไป Conversion ทีละเดือน ทุกแพลตฟอร์มต้องมี objective, pixel/event, custom + lookalike audience และเปิด AI optimize ตัวอย่างงบ 100,000 บาท/เดือนบน Meta (ช่วงประมาณการตลาดไทย CPM ฿20–40, CPC ฿4–9, CPA ฿90–250): เดือนแรก 50/30/20 ได้ราว 1.25–2.5 ล้าน impressions, 3,300–7,500 clicks และ 80–222 orders KPI ที่เอเจนซี่รับผิดชอบได้คือ reach, CTR, CPM, CPC, CPV, CPL, CPA, ROAS ส่วน NPS/retention สัญญาไม่ได้ ROAS ไม่ใช่ ROI และแบรนด์ใหม่มักเห็น blended ROAS ต่ำกว่า 1 ช่วงแรกก่อนไต่ขึ้นราว 1.4–1.6 เท่าประมาณเดือนที่ 3
แผนสื่อที่ดีไม่ได้เริ่มจากคำถามว่าจะยิงแอดอะไร แต่เริ่มจากคำถามว่าจะให้ระบบเรียนรู้จากใครก่อน
แผนสื่อแบบ full-funnel ที่ Sociology — digital marketing agency ในกรุงเทพ ใช้กับลูกค้าทุกรายมีโครงสร้างเดียว: 3 แคมเปญ (Awareness → Traffic → Conversion) เปิดคู่กันตลอด 3 เดือน โดยเลื่อนน้ำหนักงบจาก Awareness ไป Conversion ทีละเดือน ทุกแพลตฟอร์มต้องตั้ง objective ให้ตรง ติด pixel/event ให้ครบ สร้าง custom + lookalike audience และเปิด AI optimize ผลที่ควรคาดหวังจากช่วงประมาณการสำหรับตลาดไทย (จากประสบการณ์ดูแลแคมเปญ ไม่ใช่ตัวเลขของบัญชีใดบัญชีหนึ่ง): CPM Meta ฿20–40, CPC ฿4–9, CPA ฿90–250 และแบรนด์ที่เริ่มจากศูนย์มักเห็น blended ROAS ต่ำกว่า 1 ในช่วงแรก แล้วไต่ขึ้นราว 1.4–1.6 เท่าประมาณเดือนที่ 3 เมื่อ retarget pool โตพอ
บทความนี้เปิดโครงสร้างทั้งหมด ตั้งแต่เหตุผลที่ต้อง 3 แคมเปญ วิธีตั้งค่าแต่ละแคมเปญ ตัวอย่างการแบ่งงบ 100,000 บาท/เดือนพร้อมผลที่คำนวณจากช่วงประมาณการ KPI ที่เอเจนซี่รับผิดชอบได้และไม่ได้ และคำอธิบายว่าทำไม ROAS เดือนแรกถึงดูแย่เสมอ
แผนสื่อ full-funnel 3 แคมเปญ × 3 เดือน คืออะไร ทำไมไม่ยิง Conversion อย่างเดียว?
ตอบตรง: เพราะแคมเปญ Conversion ทำงานได้ดีเมื่อระบบมีข้อมูลคนที่สนใจแล้วให้ไล่ตาม ถ้าเปิด Conversion วันแรกกับคนแปลกหน้า ระบบไม่มีสัญญาณ ต้นทุนต่อออเดอร์จะแพงกว่าช่วง ฿90–250 ที่เราใช้ประมาณการมาก แผน 3 แคมเปญจึงทำงานเป็นสายพาน: Awareness ซื้อคนรู้จักในราคาถูกที่สุด (CPM ราว ฿20–40 บน Meta) Traffic พาคนที่สนใจมาดูสินค้าและทิ้งข้อมูลไว้ใน pixel แล้ว Conversion ไล่ปิดการขายกับคนกลุ่มนั้น
เหตุผลที่ต้อง 3 เดือน: เดือนแรกคือช่วงเก็บข้อมูลและทดสอบครีเอทีฟ เดือนที่สอง retarget pool เริ่มใหญ่พอให้ Conversion ทำงาน เดือนที่สามตัวเลขถึงจะนิ่งพอให้ตัดสินใจเรื่องงบระยะยาวได้ นี่คือเหตุผลเดียวกับที่เอเจนซี่ส่วนใหญ่กำหนดสัญญาบริหารสื่อขั้นต่ำ 3 เดือน เริ่มที่งบราว 30,000–50,000 บาท/เดือน ค่าบริหาร 15–20% ของงบสื่อ (ช่วงราคาในบทความนี้เป็นตัวเลขประมาณการจากตลาดเอเจนซี่ในกรุงเทพ ณ ต.ค. 2026 เพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ใบเสนอราคาของ Sociology ราคาจริงขึ้นกับสโคป และยังไม่รวม VAT 7%)
แต่ละแคมเปญตั้งค่ายังไง ต้องมี objective, pixel และ audience แบบไหน?
ตอบก่อน: ทุกแพลตฟอร์มต้องมี 4 อย่าง คือ objective ที่ตรงกับหน้าที่ของแคมเปญ event ใน pixel ที่ตรงกับผลลัพธ์ที่ต้องการ กลุ่มเป้าหมายที่สร้างจากข้อมูลจริง (custom audience) และกลุ่มขยายจากข้อมูลนั้น (lookalike) จากนั้นเปิดให้ระบบ optimize เอง ไม่คุมมือจนระบบเรียนรู้ไม่ได้ ตารางนี้สรุปการตั้งค่ามาตรฐานบน Meta พร้อมช่วงตัวเลขที่ใช้วัด:
| แคมเปญ | Objective | Pixel / event | Audience | KPI | ช่วงอ้างอิง Meta ไทย |
|---|---|---|---|---|---|
| 1. Awareness | Reach / Video views | ติด pixel เพื่อเริ่มเก็บข้อมูล | Broad + ความสนใจที่ได้จาก Social Voice | Reach, CPM, CPV | CPM ฿20–40 · CPV ฿0.15–0.50 |
| 2. Traffic | Traffic / Landing page view | ViewContent | Custom: คนดูวิดีโอ / engage จากแคมเปญ 1 + lookalike | CPC, CTR | CPC ฿4–9 · CTR 0.5–1.0% |
| 3. Conversion | Sales / Leads | Purchase / Lead | Retarget จากแคมเปญ 1–2 + lookalike ของผู้ซื้อ | CPA, CPL, ROAS | CPA ฿90–250 (ประมาณการ) · CPL ฿25–90 · ROAS 1.2–3.0 |
ตัวเลขทุกตัวในตารางเป็นช่วงประมาณการจากประสบการณ์ดูแลแคมเปญในไทย ไม่ใช่ตัวเลขของบัญชีใดบัญชีหนึ่ง โดย CPA, CPL, ROAS มีช่วงกว้างกว่าเพราะขึ้นกับสินค้าและหน้าเว็บมาก รายละเอียดตัวเลขทุกแพลตฟอร์มอยู่ในบทความ CPM โฆษณา Meta ในไทย 2026 สิ่งที่ห้ามทำคือเดา targeting จากความรู้สึก เราใช้หลัก Strategy + Social Voice (ฟังว่าลูกค้าจริงพูดถึงหมวดสินค้านี้ยังไงในโซเชียล) → Target → Campaign เสมอ
งบ 100,000 บาท/เดือน แบ่ง 3 แคมเปญยังไง และควรได้ผลประมาณไหน?
ตอบตรง: เดือนแรกให้น้ำหนัก Awareness มากที่สุด แล้วย้ายงบไป Conversion ทีละก้อนเมื่อ pool โต ตารางด้านล่างเป็นตัวอย่างการแบ่งงบที่เราใช้เป็นจุดเริ่มต้น (สัดส่วนปรับตามสินค้าได้) และผลที่คำนวณจากสูตร Impressions = งบ ÷ CPM × 1,000, Clicks = งบ Traffic ÷ CPC, Orders = งบ Conversion ÷ CPA โดยแทนค่าด้วยช่วงประมาณการ:
| เดือน | Awareness (บาท) | Impressions (CPM ฿40 → ฿20) | Traffic (บาท) | Clicks (CPC ฿9 → ฿4) | Conversion (บาท) | Orders (CPA ฿250 → ฿90) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เดือน 1 | 50,000 | 1.25–2.5 ล้าน | 30,000 | 3,300–7,500 | 20,000 | 80–222 |
| เดือน 2 | 40,000 | 1.0–2.0 ล้าน | 30,000 | 3,300–7,500 | 30,000 | 120–333 |
| เดือน 3 | 30,000 | 0.75–1.5 ล้าน | 30,000 | 3,300–7,500 | 40,000 | 160–444 |
วิธีคิดแถวแรก: Awareness 50,000 ÷ 40 × 1,000 = 1,250,000 impressions ถึง 50,000 ÷ 20 × 1,000 = 2,500,000 impressions · Traffic 30,000 ÷ 9 = 3,333 clicks ถึง 30,000 ÷ 4 = 7,500 clicks · Conversion 20,000 ÷ 250 = 80 orders ถึง 20,000 ÷ 90 = 222 orders ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่การรับประกัน และคอลัมน์ orders ในเดือนแรกมักออกมาปลายล่างเพราะ pool ยังเล็ก
จากนั้น Revenue = orders × ราคาเฉลี่ยต่อออเดอร์ (AOV) ซึ่งต้องได้จากลูกค้า เราไม่เดาค่านี้เด็ดขาด เพราะ AOV ผิด 2 เท่า ROAS ที่ประมาณการจะผิด 2 เท่าทันที ค่าใช้จ่ายที่ต้องบวกเพิ่มจากงบสื่อ 100,000 บาท: ค่าบริหารสื่อ 15–20% = 15,000–20,000 บาท/เดือน และค่าทำ Media Plan ครั้งแรก 30,000–50,000 บาท (ช่วงราคาในบทความนี้เป็นตัวเลขประมาณการจากตลาดเอเจนซี่ในกรุงเทพ ณ ต.ค. 2026 เพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ใบเสนอราคาของ Sociology ราคาจริงขึ้นกับสโคป และยังไม่รวม VAT 7%)
KPI อะไรที่เอเจนซี่รับผิดชอบได้ และอะไรที่สัญญาไม่ได้?
ตอบตรง: เอเจนซี่รับผิดชอบ KPI ที่เกิดในระบบโฆษณาได้ทั้งหมด คือ reach, CTR, CPM, CPC, CPV, CPL, CPA และ ROAS ส่วน KPI ธุรกิจอย่าง NPS, retention หรือ churn ไม่ใช่สิ่งที่สัญญาได้จากงบแอด เพราะขึ้นกับสินค้า บริการหลังการขาย และราคา ซึ่งแอดคุมไม่ได้
- ROAS ไม่ใช่ ROI ROAS = revenue ÷ งบสื่อ ยังไม่หักต้นทุนสินค้า ค่าบริหาร และค่าผลิตคอนเทนต์ แบรนด์ที่กำไรขั้นต้นบางอาจขาดทุนทั้งที่ ROAS เกิน 2
- ROAS ของ direct response คิดจากงบ Conversion ไม่ใช่งบรวมทั้ง 3 แคมเปญ เช่น เดือน 3 มี orders 300 ออเดอร์ × AOV ที่ลูกค้าให้มา ÷ 40,000 บาท ถ้าเอาไปหารด้วย 100,000 บาทจะได้ตัวเลขต่ำกว่าจริง 2.5 เท่าและตัดสินใจผิด
- blended ROAS (revenue ÷ งบรวมทุกแคมเปญ) ใช้ดูภาพรวมของธุรกิจ เหมาะกับการคุยเรื่องงบประจำปี ไม่เหมาะกับการตัดสินว่าแคมเปญไหนดี
- รายงานต้องมาจาก Ads Manager ทุกตัวเลขข้างบนตรวจย้อนได้ในบัญชี ถ้าได้แค่สไลด์สรุป ให้ขอสิทธิ์เข้าดูบัญชี ซึ่งควรเป็นของแบรนด์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ทำไม ROAS เดือนแรกมักต่ำกว่า 1 แล้วจะดีขึ้นเมื่อไหร่?
ตอบตรง: เพราะเดือนแรกงบส่วนใหญ่อยู่ที่ Awareness ซึ่งไม่ได้ตั้งใจขาย และแคมเปญ Conversion ยังไล่ตามคนกลุ่มเล็ก แบรนด์ใหม่ที่เริ่มจากศูนย์จึงมักเห็น blended ROAS ต่ำกว่า 1 ในช่วงแรก และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ตัวเลขมักไต่ขึ้นไปราว 1.4–1.6 เท่าประมาณเดือนที่ 3 เมื่อ retarget pool โตพอให้ Conversion มีคนไล่ตามมากขึ้นและครีเอทีฟผ่านการคัดแล้ว
สิ่งที่ควรดูในเดือนแรกแทน ROAS: CPM อยู่ในช่วงราว ฿20–40 ไหม CTR ถึง 0.5–1.0% ไหม และ pixel นับ event ครบไหม ถ้าสามอย่างนี้ผ่าน แผนกำลังเดินตามโครงสร้าง ถ้า CPM ทะลุไปมากหรือ CTR ต่ำกว่าช่วง ปัญหาอยู่ที่ครีเอทีฟหรือกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่ที่งบ (เราเขียนเรื่องนี้ไว้ในบทความครีเอทีฟและ audience targeting บน Meta) ถ้าถึงเดือนที่ 3 แล้ว ROAS ยังไม่ขยับ ให้กลับไปดู AOV, หน้าเว็บ และราคาก่อนเพิ่มงบ เพราะการเพิ่มงบให้แผนที่ยังไม่ทำงานคือการซื้อปัญหาเดิมในราคาแพงขึ้น
ตัวอย่างที่โครงสร้างนี้ทำงานได้ดีมากคือแบรนด์โปรตีนจากพืชที่เราย้ายน้ำหนักไป TikTok หลัง pool และครีเอทีฟลงตัว จนได้ ROAS 8 เท่า (อ่านเคส TikTok 8× ROAS) ประเด็นไม่ใช่แพลตฟอร์ม แต่คือลำดับ: สร้าง pool ก่อน แล้วค่อยเร่ง Conversion
เรื่องที่ควรบอกตรงๆ: ช่วง 1.4–1.6 เท่าเป็นสิ่งที่เรามักเห็น ไม่ใช่สิ่งที่สัญญาได้ และ Sociology เป็นเอเจนซี่ boutique ทีมหลักสิบคน ตัวเลขทั้งหมดเป็นช่วงประมาณการจากประสบการณ์ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยทั้งตลาดและไม่ใช่ตัวเลขของบัญชีใดบัญชีหนึ่ง ทุกตัวคำนวณย้อนกลับได้จากสูตรข้างบน และเราระบุวันที่ไว้ (ต.ค. 2026) โครงสร้างค่าบริการเต็มอยู่ในบทความราคาจ้าง digital marketing agency ในกรุงเทพ
คำถามที่พบบ่อย
งบ 30,000 บาท/เดือน ทำ full-funnel 3 แคมเปญได้ไหม?
ได้ แต่ต้องยอมรับว่าแต่ละแคมเปญจะมีข้อมูลน้อยและใช้เวลานานกว่าจะนิ่ง 30,000 บาทคือระดับต่ำสุดที่เอเจนซี่ส่วนใหญ่รับบริหาร ถ้างบเท่านี้เรามักเริ่มด้วย 2 แคมเปญ (Awareness + Conversion แบบ retarget) แล้วค่อยเพิ่ม Traffic เมื่อ pool โต
ต้องเปิดทั้ง 3 แคมเปญพร้อมกัน หรือเปิดทีละเดือน?
เปิดพร้อมกันตั้งแต่เดือนแรก แต่ให้น้ำหนักงบต่างกัน การเปิดทีละเดือนทำให้ Conversion เริ่มช้าไป 2 เดือนโดยไม่จำเป็น และระบบไม่มีเวลาเรียนรู้ ส่วนน้ำหนักงบค่อยเลื่อนตามตาราง
ใช้ TikTok หรือ LINE แทน Meta ในโครงสร้างนี้ได้ไหม?
ได้ โครงสร้าง 3 แคมเปญใช้ได้ทุกแพลตฟอร์ม แต่ตัวเลขต่างกัน เช่น TikTok awareness CPM ฿50–90 แพงกว่า Meta แต่ CTR 1.0–1.8% สูงกว่า ส่วน LINE เหมาะกับขั้น Conversion แบบเก็บเพื่อนเข้า OA (CPF ฿8–30) มากกว่าขั้น Awareness (CPM ฿60–100)
ค่าทำ media plan เท่าไหร่ และรวมอยู่ในค่าบริหารสื่อไหม?
Media Plan คิดแยกเป็นชิ้นที่ 30,000–50,000 บาท ส่วนค่าบริหารสื่อรายเดือน 15–20% ของงบครอบคลุมการตั้งค่า ปรับงบรายวัน ทดสอบครีเอทีฟ และรายงาน (ช่วงราคาในบทความนี้เป็นตัวเลขประมาณการจากตลาดเอเจนซี่ในกรุงเทพ ณ ต.ค. 2026 เพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่ใบเสนอราคาของ Sociology ราคาจริงขึ้นกับสโคป และยังไม่รวม VAT 7%)
จบ 3 เดือนแล้วทำอะไรต่อ?
ใช้ข้อมูล 3 เดือนตัดสินใจ 3 เรื่อง: สัดส่วนงบระหว่าง 3 แคมเปญที่ให้ CPA ดีที่สุด ครีเอทีฟชุดไหนควรผลิตเพิ่ม และควรขยายไปแพลตฟอร์มที่สองไหม โดยคง Awareness ไว้เสมอ เพราะถ้าหยุดเติม pool ตัวเลข Conversion จะเริ่มแพงขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์
ถ้าอยากได้แผนสื่อโครงสร้างนี้ที่แทนค่าด้วยสินค้าและงบของคุณจริงๆ คุยกับทีม Sociology ได้ที่ info@sociology.asia หรือโทร 085-062-0703 — เล่าโจทย์มาก่อน เราตอบกลับพร้อมช่วงราคาจริงภายใน 1 วันทำการ Sociology — digital marketing agency ในกรุงเทพ ที่วางแผนสื่อจากช่วงตัวเลขที่คำนวณย้อนกลับได้ และบอกตรงๆ ว่า KPI ไหนสัญญาได้