Executive Summary
Instagram กำลังทดสอบฟีเจอร์ "Features" ที่ให้ครีเอเตอร์อัปโหลดวิดีโอได้ยาวถึง 90 นาที ซึ่งเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งสำคัญจากวิดีโอสั้น เพื่อดึงดูดครีเอเตอร์และสร้างโมเดลการสร้างรายได้ที่แข็งแกร่งขึ้น หวังท้าทายตำแหน่งผู้นำของ YouTube และเปิดโอกาสใหม่ให้นักการตลาดไทยได้คิดกลยุทธ์คอนเทนต์วิดีโอแบบครบวงจร.
YouTube คือราชาแห่งการสร้างรายได้จากคอนเทนต์วิดีโอมานาน แต่ Instagram กำลังจะเปลี่ยนเกมด้วยฟีเจอร์วิดีโอความยาว 90 นาที นี่คือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกครีเอเตอร์และแบรนด์ที่น่าจับตา.
Instagram กำลังเขย่าวงการคอนเทนต์วิดีโออีกครั้ง ด้วยการเปิดทดสอบฟีเจอร์ "Features" ที่อนุญาตให้ครีเอเตอร์อัปโหลดวิดีโอได้ยาวสูงสุดถึง 90 นาที นับเป็นการปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญของ Instagram ในการหันกลับมาสู่คอนเทนต์ขนาดยาว หลังจากที่เคยเน้นวิดีโอสั้นมาหลายปี และนี่คือสิ่งที่ผู้บริหารและนักการตลาดไทยต้องรู้.
Instagram กลับมาทำวิดีโอขนาดยาวอีกครั้งได้อย่างไร?
Instagram กำลังทดสอบฟีเจอร์วิดีโอใหม่ที่เรียกว่า "Features" ซึ่งจะอนุญาตให้ครีเอเตอร์แชร์วิดีโอที่มีความยาวสูงสุด 90 นาที ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ที่สำคัญหลังจากที่ Instagram และแพลตฟอร์มอื่นๆ เน้นวิดีโอสั้นมานานหลายปีในยุค 2020s. การทดสอบนี้เริ่มขึ้นในบราซิล และกำลังจะขยายไปยังสหรัฐอเมริกาในวงจำกัด ตามรายงานจาก TechCrunch เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2026. การกลับมาของวิดีโอขนาดยาวบน Instagram นี้เกิดขึ้นหลังจากที่แพลตฟอร์มเคยมี IGTV ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์วิดีโอขนาดยาวที่เลิกใช้งานไปแล้วเมื่อ 8 ปีก่อน.
ทำไม Instagram ถึงเปลี่ยนมาโฟกัสวิดีโอขนาดยาว?
การตัดสินใจของ Instagram ที่จะกลับมาให้ความสำคัญกับวิดีโอขนาดยาวนั้น มีเป้าหมายหลักเพื่อรักษาผู้ใช้งานให้อยู่บนแพลตฟอร์มให้นานขึ้น และเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างเนื้อหาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นได้. Adam Mosseri หัวหน้า Instagram เคยคัดค้านวิดีโอขนาดยาวมานาน โดยให้เหตุผลว่าคอนเทนต์สั้นอย่าง Reels ช่วยกระตุ้นการแชร์และข้อความส่วนตัว (DMs) ได้มากกว่า. อย่างไรก็ตาม Tessa Lyons รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Instagram ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้โน้มน้าวให้ Mosseri กลับมาลองพิจารณาอีกครั้ง. Lyons กล่าวในวิดีโอประกาศว่า "Reels ยังคงเป็นส่วนสำคัญของ Instagram แต่เมื่อผู้ใช้งานต้องการเจาะลึกกับครีเอเตอร์ที่ชื่นชอบและเนื้อหาที่พวกเขาสร้างสรรค์ พวกเขาก็ควรจะสามารถทำได้บน Instagram" นี่หมายความว่า Instagram ต้องการให้ผู้ใช้งานสามารถรับชมทั้งคอนเทนต์สั้นและยาวจากครีเอเตอร์คนโปรดได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มอื่นอย่าง YouTube.
โมเดลสร้างรายได้ของ Instagram แตกต่างจาก YouTube อย่างไร?
โมเดลการสร้างรายได้หลักของ Instagram สำหรับครีเอเตอร์ในปัจจุบันส่วนใหญ่มาจากการสนับสนุนโดยแบรนด์ ในขณะที่ YouTube มีโมเดลการแบ่งรายได้จากโฆษณาที่ชัดเจนกว่ามาก. Adam Mosseri จาก Instagram อธิบายว่าครีเอเตอร์บน Instagram ส่วนใหญ่ได้รับเงินจากแบรนด์ มีบางส่วนจากแฟนคลับ และมีโปรแกรมที่อิงตามประสิทธิภาพขนาดเล็ก แต่ Instagram ยังคงใช้เงินมากกว่าที่สร้างรายได้กลับมามาก จึงยังไม่มีเหตุผลที่จะขยายโปรแกรมนี้.
ตารางด้านล่างนี้เปรียบเทียบโมเดลการสร้างรายได้หลักสำหรับครีเอเตอร์บน Instagram และ YouTube:
| คุณสมบัติ | YouTube | |
|---|---|---|
| แหล่งรายได้หลักสำหรับครีเอเตอร์ | จากแบรนด์ (ส่วนใหญ่), จากแฟนคลับ (บางส่วน), โปรแกรมอิงประสิทธิภาพขนาดเล็ก | จากส่วนแบ่งรายได้โฆษณา (YouTube Partner Program) |
| ส่วนแบ่งรายได้โฆษณาสำหรับครีเอเตอร์ | ยังไม่มีโมเดลที่ชัดเจนสำหรับวิดีโอทั่วไป (Meta กำลังสำรวจ) | 55% ของรายได้โฆษณาที่ YouTube สร้างจากวิดีโอของครีเอเตอร์ |
| มูลค่าการจ่ายเงินให้ครีเอเตอร์ (ข้อมูลย้อนหลัง) | ไม่ได้ระบุตัวเลขรวมที่ชัดเจน | มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา (ข้อมูลจากปีที่แล้ว) |
วิดีโอสั้นบน Instagram และ TikTok มักจะสร้างรายได้โดยตรงจากแพลตฟอร์มได้ยากกว่า เนื่องจากมีพื้นที่สำหรับวางโฆษณาน้อยกว่า ทำให้ครีเอเตอร์หลายคนมองว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นเพียงช่องทางโปรโมตสำหรับช่อง YouTube ของตนเองเท่านั้น. อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Meta ระบุกับ TechCrunch ว่า Meta กำลังสำรวจแนวทางให้ครีเอเตอร์สร้างรายได้จากแบรนด์ แฟนคลับ และ Instagram รวมถึงแรงจูงใจที่อิงตามประสิทธิภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการสร้างรายได้ที่หลากหลายขึ้นในอนาคต.
Instagram มีแผนจะพัฒนาฟีเจอร์วิดีโอขนาดยาวอย่างไร?
Instagram กำลังพัฒนาฟีเจอร์และเครื่องมือต่างๆ เพื่อสนับสนุนคอนเทนต์วิดีโอขนาดยาวและสร้างความเชื่อมโยงกับวิดีโอสั้นให้เป็นระบบนิเวศเดียวกัน. นอกจากฟีเจอร์ "Features" สำหรับวิดีโอ 90 นาทีแล้ว Instagram ยังกำลังทดสอบ "Clips as Reels" ซึ่งช่วยให้ครีเอเตอร์สร้างคลิป Reels สั้นๆ จากเนื้อหาวิดีโอขนาดยาว และลิงก์ไปยังวิดีโอเต็มได้. ผู้ชมยังสามารถบันทึกวิดีโอขนาดยาวเพื่อส่งไปยังแอป Instagram บนทีวีได้อีกด้วย.
Instagram ยังคงมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงฟีเจอร์การค้นหาสำหรับ Live video และสร้างฮับบนโปรไฟล์ครีเอเตอร์สำหรับ "Episodic Reels" หรือซีรีส์ Reels ที่เชื่อมโยงกัน คล้ายกับฟีเจอร์เพลย์ลิสต์ของ TikTok. Adam Mosseri ย้ำว่าเป้าหมายคือการทำให้วิดีโอสั้นและยาวทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัวทั้งบนแอปมือถือและแอปทีวี ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นระยะยาวของ Instagram.
มุมมองของเรา
การที่ Instagram หันกลับมาสู่สนามวิดีโอขนาดยาวอีกครั้ง ไม่ใช่แค่การลองผิดลองถูก แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า Meta กำลังมองหาโมเดลการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนกว่าเดิมสำหรับครีเอเตอร์และแพลตฟอร์ม และนี่คือสิ่งที่นักการตลาดและผู้บริหารไทยต้องพิจารณา:
- สำหรับครีเอเตอร์: นี่คือโอกาสทองในการสร้างแบรนด์ส่วนตัวให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่การสร้างคอนเทนต์เพื่อไวรัลฉาบฉวย การเล่าเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น การให้ความรู้เชิงลึก หรือการสร้างซีรีส์คอนเทนต์ จะช่วยสร้างความผูกพันกับผู้ติดตามได้ยาวนานกว่าเดิม.
- สำหรับแบรนด์และนักการตลาด:
- ปรับกลยุทธ์คอนเทนต์วิดีโอ: จากเดิมที่ Instagram เหมาะกับการสร้าง Awareness และ Engagement ด้วยวิดีโอสั้น ตอนนี้แบรนด์สามารถใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อเล่าเรื่องยาว สร้างแคมเปญที่ลึกซึ้ง หรือนำเสนอผลิตภัณฑ์/บริการที่ต้องการข้อมูลประกอบมากขึ้นได้.
- คิดถึง Funnel ใหม่: Reels อาจกลายเป็น "หน้าบ้าน" ที่ดึงดูดความสนใจ แล้วนำผู้บริโภคเข้าสู่ "ห้องรับแขก" ที่เป็นวิดีโอ 90 นาทีเพื่อสร้างความเข้าใจและพิจารณา.
- จับตาโมเดลสร้างรายได้: หาก Meta สามารถสร้างโมเดลการแบ่งรายได้จากโฆษณาในวิดีโอขนาดยาวได้สำเร็จจริง Instagram จะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ YouTube อย่างเต็มตัว และอาจส่งผลให้งบประมาณการตลาดวิดีโอต้องถูกจัดสรรใหม่.
- บทเรียนจาก IGTV: การกลับมาครั้งนี้ต้องเรียนรู้จากความล้มเหลวของ IGTV ว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการจริงๆ และอะไรคือสิ่งที่ทำให้แพลตฟอร์มแตกต่างจาก YouTube อย่างแท้จริง.
- สัญญาณผู้บริโภค: การที่แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นระดับโลกเริ่มหันมาสนใจวิดีโอขนาดยาว อาจเป็นสัญญาณว่าผู้บริโภคบางส่วนเริ่มโหยหาคอนเทนต์ที่ลึกซึ้งและใช้เวลาด้วยนานขึ้น หลังจากอิ่มตัวกับความรวดเร็วของวิดีโอสั้น.
นักการตลาดไทยต้องเตรียมพร้อมที่จะทดลองและปรับตัว เพราะสนามรบของคอนเทนต์วิดีโอกำลังจะดุเดือดยิ่งขึ้น และผู้ที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงนี้ก่อนย่อมได้เปรียบ.
คำถามที่พบบ่อย
Instagram จะมีโฆษณาในวิดีโอ 90 นาทีหรือไม่?
Meta ยังไม่ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะเพิ่มโฆษณาในวิดีโอ 90 นาทีหรือไม่ แต่โฆษกของ Meta ระบุว่ากำลังสำรวจแนวทางให้ครีเอเตอร์สร้างรายได้จาก Instagram รวมถึงการพิจารณาแรงจูงใจที่อิงตามประสิทธิภาพ ซึ่งอาจหมายถึงโมเดลการแบ่งรายได้ในอนาคต หากฟีเจอร์นี้ประสบความสำเร็จ.
ฟีเจอร์วิดีโอ 90 นาทีของ Instagram เปิดให้ใช้ในไทยแล้วหรือยัง?
ในปัจจุบัน Instagram กำลังทดสอบฟีเจอร์ "Features" ในบราซิลและสหรัฐอเมริกาในวงจำกัด ยังไม่มีข้อมูลว่าฟีเจอร์นี้จะเปิดให้ใช้งานในประเทศไทยเมื่อใด แต่การทดสอบในวงกว้างขึ้นเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการขยายตัวในอนาคตอันใกล้นี้.
ครีเอเตอร์บน Instagram จะสร้างรายได้จากวิดีโอขนาดยาวได้อย่างไร?
ในเบื้องต้น ครีเอเตอร์จะยังคงสร้างรายได้หลักจากการทำงานร่วมกับแบรนด์และการสนับสนุนจากแฟนคลับ อย่างไรก็ตาม หาก Instagram พัฒนาโมเดลการแบ่งรายได้จากโฆษณาหรือโปรแกรมอิงประสิทธิภาพสำหรับวิดีโอขนาดยาวในอนาคต ก็จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้โดยตรงจากแพลตฟอร์มที่มากขึ้น.
อ้างอิง: TechCrunch