← Back to all insights Creator Marketing · Influencer Marketing · Social Media Marketing · การตลาดดิจิทัล · Digiday · แพลตฟอร์มโซเชียล · การตลาด 2026

เจาะลึก Creator Marketing ปี 2026: แพลตฟอร์มไหนปัง คอนเทนต์แบบไหนโดนใจนักการตลาดไทย?

Nov 05, 2026 2 min read Sociology
เจาะลึก Creator Marketing ปี 2026: แพลตฟอร์มไหนปัง คอนเทนต์แบบไหนโดนใจนักการตลาดไทย?

Executive Summary

ผลวิจัยจาก Digiday เผยว่า Creator Marketing ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักบนโซเชียลมีเดีย โดย Instagram เด่นเรื่องความสม่ำเสมอ ส่วน TikTok มีโอกาสสร้างการมีส่วนร่วมสูง คอนเทนต์แบบ Product Demo ในโพสต์ที่ได้รับของขวัญ และ Style Shot ในโพสต์สปอนเซอร์ให้ผลดี แต่การลงทุนของแบรนด์คือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จของแคมเปญ

ในยุคที่ผู้บริโภคเชื่อใจ 'คน' มากกว่า 'แบรนด์' การตลาดแบบ Creator Marketing กลายเป็นหัวใจสำคัญที่นักการตลาดทุกคนต้องจับตาดู แล้วเทรนด์ปี 2026 บอกอะไรเราบ้าง?

Creator Marketing คืออะไร และทำไมแบรนด์ถึงให้ความสำคัญ?

Creator Marketing คือกลยุทธ์ที่แบรนด์ร่วมมือกับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ (Creators) เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งกลายเป็นส่วนสำคัญในแผนการตลาดของหลายแบรนด์ในปี 2026 บทบาทของ Creators มีการเปลี่ยนแปลงและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

จากผลสำรวจของ Digiday ในไตรมาสแรกของปี 2026 พบว่า 96% ของแบรนด์และเอเจนซีที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขาร่วมมือกับ Creators เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งตอกย้ำถึงบทบาทที่สำคัญและขยายตัวขึ้นของ Creators ในการตลาด การร่วมมือนี้มีได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การจ่ายเงินให้ Creators สร้างคอนเทนต์สปอนเซอร์ การส่งผลิตภัณฑ์ให้โดยหวังผลโพสต์แบบ Organic หรือการผสมผสานคอนเทนต์ที่สร้างโดย Creators และแบรนด์เอง

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไหนที่นักการตลาดใช้มากที่สุดสำหรับ Creator Marketing?

นักการตลาดส่วนใหญ่ยังคงเลือกใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลักอย่าง Instagram, Facebook, YouTube และ TikTok เป็นช่องทางสำคัญสำหรับแคมเปญ Creator Marketing เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย

ผลสำรวจจาก Digiday ในไตรมาสแรกของปี 2026 ระบุว่าแพลตฟอร์มที่นักการตลาดใช้มากที่สุดคือ Instagram (90%) ตามมาด้วย Facebook (80%), YouTube (72%) และ TikTok (63%) การเลือกแพลตฟอร์มเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของแบรนด์ในการเข้าถึงผู้บริโภคในทุกจุดที่พวกเขาใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์

การทำ Creator Marketing บน Instagram, TikTok และ YouTube แตกต่างกันอย่างไร?

ประสิทธิภาพของคอนเทนต์ Creator Marketing บน Instagram, TikTok และ YouTube มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย Instagram ให้ความสม่ำเสมอในการเข้าถึง ขณะที่ TikTok มีศักยภาพในการสร้างการมีส่วนร่วมที่สูงกว่า

Digiday+ Research ได้วิเคราะห์ข้อมูลแคมเปญโซเชียลมีเดียของ Creators ชั้นนำตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน 2026 เพื่อวัดผลกระทบของคอนเทนต์จาก Creators และสรุปความแตกต่างของประสิทธิภาพคอนเทนต์วิดีโอและอัตราการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มต่างๆ ดังนี้:

แพลตฟอร์ม ประสิทธิภาพคอนเทนต์วิดีโอ อัตราการมีส่วนร่วม (Engagement Rate) บน Instagram
Instagram Instagram Reels ได้รับยอดดูวิดีโอมากกว่า YouTube Shorts และวิดีโอแบบยาว Reels: 11%, Still posts: 7%, Carousel posts: 5%
TikTok วิดีโอ TikTok มีอัตราการมีส่วนร่วมเฉลี่ยสูงกว่าแพลตฟอร์มอื่นในโพสต์ที่ติดอันดับสูงสุด 75 อันดับแรกของแต่ละแคมเปญ ไม่มีข้อมูลการวัดอัตราการมีส่วนร่วมเฉลี่ย
YouTube โพสต์ส่วนใหญ่ที่เก็บข้อมูลได้เป็น Shorts ไม่ใช่วิดีโอแบบยาว ซึ่งอาจไม่สะท้อนประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของ YouTube ที่เน้นคอนเทนต์แบบยาว ไม่มีข้อมูลการวัดอัตราการมีส่วนร่วมเฉลี่ย

Digiday ชี้ว่า Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่ให้ประสิทธิภาพสม่ำเสมอและคาดการณ์ได้ดีกว่าสำหรับ Creator Marketing โดยเฉพาะแคมเปญที่ต้องการความต่อเนื่อง ในขณะที่ TikTok แม้จะมีความสม่ำเสรอน้อยกว่า แต่ก็มีศักยภาพในการเข้าถึงและสร้างการมีส่วนร่วมที่สูงกว่ามาก ซึ่งเหมาะสำหรับแบรนด์ขนาดเล็กหรือแบรนด์ที่มีงบประมาณจำกัดที่ต้องการโอกาสในการเข้าถึงผู้ชมในวงกว้าง

คอนเทนต์แบบ Product Demo หรือ Style Shot แบบไหนที่ได้ผลดีกว่ากัน?

คอนเทนต์แบบ Product Demo และ Style Shot ต่างก็มีประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคอนเทนต์นั้นเป็นโพสต์สปอนเซอร์ (Sponsored posts) หรือโพสต์ที่ได้รับของขวัญ (Gifted posts) Digiday ได้นิยามโพสต์สปอนเซอร์ว่าเป็นการร่วมมือโดยตรงระหว่างแบรนด์และ Creator ส่วนโพสต์ที่ได้รับของขวัญคือ Creator ได้รับสินค้าโดยไม่มีข้อตกลงการจ่ายเงิน

คอนเทนต์ยอดนิยมทั้งในโพสต์สปอนเซอร์และโพสต์ที่ได้รับของขวัญคือ Product Demo (คอนเทนต์ที่แสดงและอธิบายการใช้งานผลิตภัณฑ์) และ Style Shot (คอนเทนต์ที่แสดงผลิตภัณฑ์ในฉากที่สวยงามโดยไม่มีคำอธิบายการใช้งาน) โดย Style Shot ปรากฏในโพสต์ที่ได้รับของขวัญบ่อยกว่าโพสต์สปอนเซอร์ (อัตราส่วน 19 ต่อ 15) ซึ่ง Digiday วิเคราะห์ว่าอาจเป็นเพราะ Creator ต้องการหลีกเลี่ยงการสร้างคอนเทนต์ที่ดูเป็นการโฆษณามากเกินไปสำหรับสินค้าที่ได้รับฟรี

จากการวิเคราะห์ของ Digiday พบว่าโพสต์สปอนเซอร์โดยรวมแล้วมีอัตราการมีส่วนร่วมสูงกว่าโพสต์ที่ได้รับของขวัญ ยกเว้น ในกรณีของ Product Demo ซึ่งโพสต์ที่ได้รับของขวัญกลับมีประสิทธิภาพดีที่สุด ในทางตรงกันข้าม Style Shot มีประสิทธิภาพดีกว่าในคอนเทนต์สปอนเซอร์ และยังให้อัตราการมีส่วนร่วมโดยรวมสูงสุดในบรรดาคอนเทนต์ที่วิเคราะห์โดย Digiday

ในด้าน Reach (การเข้าถึง) ซึ่งวัดจากยอดดู Digiday พบว่าโพสต์สปอนเซอร์มี Reach โดยรวมสูงกว่าโพสต์ที่ได้รับของขวัญอย่างมาก (334,055 เทียบกับ 48,008 ยอดดู) โดยในโพสต์สปอนเซอร์ คอนเทนต์ Style Shot (707,646 ยอดดู), Product Demo (250,764 ยอดดู) และ Influencer Events (231,595 ยอดดู) ได้รับยอดดูสูงสุด ส่วนในโพสต์ที่ได้รับของขวัญ Product Demo (81,023 ยอดดู) ได้รับยอดดูสูงสุด แต่ก็ยังต่ำกว่ารูปแบบสปอนเซอร์มาก ความแตกต่างนี้เชื่อมโยงกับงบประมาณที่แบรนด์ให้ โดยโพสต์สปอนเซอร์มักได้รับงบประมาณสำหรับ Paid Media เพื่อขยายการเข้าถึงออกไปนอกเหนือจากผู้ติดตามของ Creator ทำให้ได้ทั้ง Organic และ Paid Reach ขณะที่โพสต์ที่ได้รับของขวัญจะจำกัดอยู่เพียง Organic Reach เท่านั้น

การลงทุนของแบรนด์ส่งผลต่อแคมเปญ Creator Marketing อย่างไร?

แคมเปญ Creator Marketing ที่มีประสิทธิภาพสูงมักจะเกิดจากการจับคู่คอนเทนต์ของ Creator เข้ากับการลงทุนที่เหมาะสมจากแบรนด์ โดยเฉพาะงบประมาณสำหรับ Paid Media ซึ่ง Digiday's Creator Marketing Index ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการลงทุนของแบรนด์ในการขับเคลื่อนความสำเร็จของแคมเปญ

จากข้อมูลที่ Digiday วิเคราะห์พบว่า โพสต์สปอนเซอร์ที่แบรนด์ลงทุนด้วยงบประมาณสำหรับ Paid Media สามารถสร้าง Reach ได้มากกว่าโพสต์ที่ได้รับของขวัญอย่างมีนัยสำคัญ (334,055 เทียบกับ 48,008 ยอดดู) สิ่งนี้ทำให้คอนเทนต์สามารถเข้าถึงผู้ชมได้กว้างขวางมากขึ้น นอกเหนือจากฐานผู้ติดตามเดิมของ Creator การลงทุนของแบรนด์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจ่ายเงินให้ Creator สร้างคอนเทนต์ แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนด้านงบประมาณการโปรโมท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มยอด Engagement และ Reach โดยรวมของแคมเปญ Creator Marketing ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

มุมมองของเรา

จากผลวิจัยของ Digiday เราเห็นเทรนด์ที่สะท้อนกับตลาดไทยได้เป็นอย่างดี Creator Marketing ไม่ใช่แค่กระแส แต่คือกลยุทธ์หลักที่แบรนด์ต้องจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลัก

  • การเลือกแพลตฟอร์ม: สำหรับแบรนด์ไทย Instagram ยังคงเป็นแกนหลักที่ให้ความสม่ำเสมอและน่าเชื่อถือในการสร้าง Engagement แต่ TikTok คือโอกาสทองสำหรับแบรนด์ที่กล้าลอง ต้องการสร้าง Brand Awareness และ Reach ที่กว้างขวาง แม้จะต้องแลกมาด้วยความไม่สม่ำเสมอของผลลัพธ์บ้างก็ตาม แบรนด์ควรพิจารณาเป้าหมายของแคมเปญให้ชัดเจนก่อนเลือกแพลตฟอร์ม
  • ประเภทคอนเทนต์และการลงทุน: เรื่องนี้สำคัญมาก หากสินค้าของคุณต้องการการอธิบายการใช้งานอย่างละเอียด Product Demo ที่ทำโดย Creator แบบ Organic (Gifted) อาจสร้างความน่าเชื่อถือได้ดีกว่า เพราะดูเป็นธรรมชาติและไม่ยัดเยียด แต่ถ้าเป็นสินค้าที่เน้น Aesthetic หรือ Mood อย่างน้ำหอม หรือสินค้าแฟชั่น Style Shot ที่มี Production ดีๆ โดย Paid Creator จะช่วยสร้าง Storytelling ที่น่าสนใจและดึงดูดสายตาได้มากกว่า และที่สำคัญที่สุดคือ งบประมาณสำหรับการโปรโมท (Paid Media) คือตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม เพราะมันช่วยขยาย Reach ให้คอนเทนต์ดีๆ ของ Creator ไปได้ไกลกว่าแค่ฐานผู้ติดตามเดิมของพวกเขา

ในฐานะนักการตลาด เราต้องคิดให้รอบด้าน ไม่ใช่แค่จ้าง Creator แล้วจบ แต่ต้องวางแผนตั้งแต่การเลือกแพลตฟอร์ม ประเภทคอนเทนต์ ไปจนถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

Creator Marketing คืออะไร?

Creator Marketing คือกลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์ร่วมมือกับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์หรือ Influencer เพื่อโปรโมทสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยใช้ความน่าเชื่อถือและฐานผู้ติดตามของ Creator ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของหลายแบรนด์ในปี 2026

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไหนเหมาะกับ Creator Marketing มากที่สุด?

จากข้อมูลของ Digiday แพลตฟอร์มยอดนิยมคือ Instagram (90%), Facebook (80%), YouTube (72%) และ TikTok (63%) โดย Instagram เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการความสม่ำเสมอ ส่วน TikTok มีศักยภาพสูงในการสร้าง Reach และ Engagement ที่กว้างขวาง แต่ก็มีความผันผวนมากกว่า

ควรเลือกคอนเทนต์แบบ Product Demo หรือ Style Shot สำหรับแคมเปญ?

การเลือกขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และงบประมาณ หากต้องการแสดงการใช้งานอย่างละเอียด Product Demo ในโพสต์ที่ได้รับของขวัญอาจได้ผลดี แต่ถ้าเน้นความสวยงามและ Storytelling สำหรับสินค้าที่ซับซ้อน Style Shot ในโพสต์สปอนเซอร์ที่มีงบประมาณโปรโมทจะสร้าง Reach และ Engagement ได้สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

อ้างอิง: Digiday

โทรปรึกษาฟรี · Free consult →